บทที่ 3 หนูน้อยเจ้าขาตัวแสบ
บทที่2
ไม่มีคำตอบกลับจากเจ้าของบ้าน ฉันก็เลยเดินมาที่ห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงหน้าฉันพอดี พอเปิดประตูเข้าไป ด้านในกว้างขวางมาก ตกแต่งด้วยโทนสีเทา ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ในทันทีว่านี่คือห้องของใคร
"ฉันนอนห้องนี้นะคะ" ฉันคว้ากระเป๋าจะเอาเข้าห้อง แต่คนข้าง ๆ เอากระเป๋าไป
"สาบานว่าเธอไม่รู้ว่านี่คือห้องนอนของฉัน"
"ไม่สาบานค่ะ กลัวตายฟรี"
"เธอนี่มัน!" เขาชี้หน้าฉันด้วยความโมโห แต่แล้วก็หดนิ้วชี้ลงเป็นกำหมัดแทน
"คุณอย่าต่อยฉันนะ"
“คูมพ่อ... ทำอะไรคะ”
ฉันหันไปมองตามเสียงหวานใส ก่อนจะพบเด็กผู้หญิงตัวน้อยวัยราวสี่ขวบยืนอยู่ไม่ไกล ในอ้อมแขนกอดตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างถือขวดนมใบเล็ก
เด็กน้อยมีใบหน้าจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตเป็นประกาย ปากเล็กบางนิด ๆ และพวงแก้มใสที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อ เธอเอียงคอมองฉันอย่างสงสัย ราวกับกำลังพยายามทำความเข้าใจว่าผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้เป็นใครกันแน่
“คูมแม่เหรอคะ”
“ไม่ใช่ค่ะลูก ผู้หญิงคนนี้นิสัยไม่ดี คุณพ่อกำลังไล่ให้ออกจากบ้านอยู่ เจ้าขาเข้าไปในห้องก่อนนะคะลูก”
เจ้าของบ้านรีบตอบลูกสาวตัวน้อย ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายเข้าไปข้างใน เจ้าขาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แล้วกอดตุ๊กตากระต่ายแน่นขึ้นก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องข้าง ๆ
ฉันมองตามเด็กน้อยไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“ฉันออกจะนิสัยดี คุณไปบอกลูกคุณแบบนั้นได้ยังไงคะ”
“นิสัยชอบจับผู้ชายแบบนี้น่ะเหรอที่เรียกว่าดี?” เขาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ขนาดสามีของเจ้านายตัวเอง เธอยังไม่เว้นเลย ฮึ”
นอกจากคำพูดคำจาจะฟังแล้วหงุดหงิด สายตาที่เขามองมายังเต็มไปด้วยความเหยียดหยามจนฉันแทบอยากจะกรี๊ดใส่หน้า
หล่อเสียเปล่า ปากหมาแบบนี้... ฉันจะจัดการกับเขายังไงดีเนี่ย!
ปึก!
เพล้ง!
“โอ๊ย!”
ฉันยกมือขึ้นกุมศีรษะทันที เมื่อจู่ ๆ ก็มีวัตถุแข็งบางอย่างพุ่งเข้ามากระแทกหัวอย่างจัง เสียงของมันตกกระทบพื้นจนแตกกระจาย
“เจ้าขา!!!”
“คูมพ่อบอกว่าคนนี้นิสัยไม่ดี เจ้าขาจะช่วยไล่เอง เจ้าขาจำที่คูมพ่อสอนได้ว่า ถ้าใครนิสัยไม่ดี เราต้องไม่เข้าใกล้!”
ซ่า!
“ว้าย!”
ยังไม่ทันที่ฉันจะตั้งตัว น้ำจากแก้วใบเล็กก็ถูกสาดเข้ามาเต็มหน้า
นอกจากเด็กน้อยหน้าตาน่ารักคนนี้จะขว้างกรอบรูปใส่ฉันแล้ว เธอยังสาดน้ำใส่หน้าฉันซ้ำอีกด้วย!
ฮือ... นอกจากพ่อจะปากร้ายแล้ว ลูกสาวยังแสบใช่เล่น แบบนี้ฉันจะอยู่ที่นี่รอดไหมเนี่ย
ฉันค่อย ๆ ลูบน้ำที่เปียกอยู่บนใบหน้าออก ก่อนจะเงยหน้ามองสองพ่อลูกตรงหน้า มือบางกำเข้าหากันแน่น พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน แล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ
“เธอจะทำอะไร”
คนเป็นพ่อเอ่ยถามเสียงเข้ม ดวงตาคมจับจ้องฉันอย่างระแวดระวัง คงกลัวว่าฉันจะโมโหจนลงไม้ลงมือกับลูกสาวของเขา
ฉันไม่ตอบ เพียงจ้องหน้าเขานิ่ง ๆ
ไม่ได้คิดจะทำอะไรทั้งนั้น!
ตอนนี้แค่กำลังพยายามระงับความโกรธของตัวเองอยู่ต่างหาก ถ้าเผลอพูดอะไรออกไปตอนนี้ มีหวังได้ทะเลาะกับพ่อลูกคู่นี้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มงานแน่ ๆ
“มิลค์”
เขาเรียกชื่อฉันออกมา เมื่อเห็นว่าฉันเอาแต่จ้องหน้าเขาไม่พูดไม่จา คงไม่แปลกที่เขาจะรู้จักฉัน ในเมื่อข่าวคราวเสีย ๆ หาย ๆ ของฉันคงไปเข้าหูเขามาบ้างแล้ว
“เจ้าขาเข้าห้องไปก่อนนะคะลูก เดี๋ยวคุณพ่อเข้าไปหานะคะ”
เขาดันหลังลูกสาวเบา ๆ ให้เข้าไปในห้อง เจ้าขาหันกลับมามองฉันด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมเดินเข้าไปแต่โดยดี
ฉันยืนมองคนเป็นพ่อปิดประตูห้องลูกสาว ก่อนที่เขาจะหันกลับมาสบตาฉันอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งขรึมไม่ต่างจากเดิม
“ฉันแค่มาทำงาน ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้”
ฉันปริปากบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางชี้ให้เห็นสภาพตัวเองที่ทั้งหัวทั้งหน้าเปียกชุ่มไปหมด
"แต่เธอมันนิสัยเสีย ชอบจับผู้ชายไง"
"แล้วยังไง คุณคิดว่าฉันจะจับคุณงั้นเหรอ"
"ฉันกลัวว่าเธอจะสอนสิ่งไม่ดีใส่ลูกสาวฉันต่างหาก"
"คุณกำลังจะบอกฉันว่า ปกติคุณสอนแต่สิ่งดี ๆ สินะ ลูกสาวของคุณถึงได้ขว้างกรอบรูปอีกทั้งยังเอาน้ำมาสาดใส่หน้าฉันแบบนี้
"มิลค์!"
เขากดเสียงต่ำ จ้องหน้าฉันเขม็ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโกรธฉันอยู่ที่โดนฉันด่ากลับไป
"ฉันจะอยู่ที่นี่ คุณจะให้ฉันนอนห้องไหน ถ้าคุณไม่ตอบ ฉันจะนอนห้องคุณ!"
"มิลค์!"
"เลิกเรียกชื่อฉันแล้วตอบมาได้แล้ว"
"ฮึ่ย ห้องนี้"
เขาชี้มาที่ห้องฝั่งตรงข้ามกับห้องเขา ฉันเปิดประตูเข้าไป มีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งตู้เตียง และสะอาดสะอ้านพร้อมเข้าอยู่
สงสัยแม่บ้านที่บ้านคุณป้าอรมาทำความสะอาดไว้แน่ ๆ เพราะฉันเข้ามายังไม่เห็นแม่บ้านสักคน จะบอกว่าตานี่ทำ ก็คงไม่ใช่
"เอ๊ะ หัวเธอ"
เขามองที่ขมับฉันแล้วเอ่ยขึ้นมา ฉันเลยเอามือลูบ ๆ ดู ก็มีเลือดติดมือมาด้วย
"เข้าไปรอในห้อง เดี๋ยวเอาพลาสเตอร์มาให้"
ฉันพยักหน้ารับและลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในห้อง เดินตรงมาที่โต๊ะเครื่องแป้ง ที่ขมับมีรอยบาดเล็กๆ ไม่ได้ลึกอะไรมาก
"ยัยตัวแสบ"
ฉันกัดฟันกรอด ทั้งพ่อทั้งลูกเลยนะ! เดี๋ยวเจอยัยมิลค์แน่!
ฉันเปิดกระเป๋าเดินทางออก และเอาเสื้อใส่ไม้แขวนเตรียมเอาขึ้นห้อยที่ราวในตู้เสื้อผ้า เจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาพอดี
แต่เห็นเขาแล้วก็ต้องแปลกใจไม่น้อย เขาเอากระเป๋าทั้งหมดของฉันเข้ามาด้วย
"กล่องรองเท้าอยู่ข้างล่าง"
เขาบอกฉันจบ ก็เดินมายืนพิงตู้เสื้อผ้า ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบซองพลาสเตอร์ออกมา
"อะ... ขอโทษแทนเจ้าขาด้วยก็แล้วกัน"
ก็ยังดีที่มีคำขอโทษ... แต่ไหน ๆ ฉันก็โดนเขาด่าว่าอยู่บ่อยครั้ง ก็ขออ่อยสักหน่อยก็แล้วกัน
ฉันเดินเข้าไปยืนแทบจะแนบชิดสิงร่างเขา มือดึงรั้งชายเสื้อเขาไว้ มือหนาคว้าที่ข้อมือฉันไว้ จ้องหน้าฉันเขม็ง แต่ฉันก็เชิดหน้าสู้
"ติดพลาสเตอร์ที่มิลค์ เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ ที่หัวมิลค์ให้หน่อยสิคะ"
